บทที่ 27 “ระวัง!”

และเพราะคำสั่งสุดท้ายของนาง

“เจ้าต้องรอดออกมาให้ได้นะ”

ถ้อยคำแผ่วเบานั้นยังดังก้องอยู่ในสติของเยี่ยเสวียน

ท่ามกลางเสียงตะโกนและคมดาบที่กำลังจะฟาดลงมา เขาฝืนกลืนเลือดที่เอ่อขึ้นในลำคอ สูดลมหายใจลึกอย่างยากลำบาก

พลังในตันเถียนแทบว่างเปล่า เส้นลมปราณปั่นป่วนราวถูกไฟแผดเผาจากภายใน

แต่คำสั่งนั้น… เขาจำต้องทำให้สำเร็จ

เยี่ยเสวียนหลับตาลงชั่วขณะ ดึงพลังที่หลงเหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวออกมา

มันมีเพียงอนุภาคเล็กจ้อย ราวประกายไฟสุดท้ายก่อนตะเกียงดับ ทว่าเพียงพอ

ปลายนิ้วที่เปื้อนเลือดกรีดผ่านพื้นศิลาอย่างรวดเร็ว วาดอักขระสั้น ๆ เพียงสามขีด เส้นนั้นแทบมองไม่เห็นในแสงสั่นไหวของถ้ำ

“ผนึก… สลาย” เขาพึมพำเสียงแผ่ว

ทันใดนั้น หินบนเพดานที่แตกร้าวอยู่แล้วจากแรงสะท้อนก่อนหน้า พลันสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น

เสียงครืนดังสนั่น

เศษหินก้อนใหญ่หลุดร่วงลงมาราวสายฝนแห่งศิลา กระแทกใส่กลุ่มศิษย์ที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ระวัง!”

เสียงร้องแตกตื่นดังขึ้น หลายคนต้องชะงัก หลบหลีก บางคนถูกแรงกระแทกจนล้มกลิ้ง

เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหลนั้นก็เพียงพอแล้ว

เยี่ยเสวียนกัดฟันยันกายขึ้น ทั้งที่ขาทั้งสองแทบไร้เรี่ยวแรง เขาฝืนรวบรวมลมหายใจอีกครั้ง ก่อนพุ่งตัวเข้าไปในเงามืดด้านข้างถ้ำ

ทุกก้าวเหมือนเหยียบอยู่บนปลายคมมีด ความเจ็บปวดแล่นจากอกสู่ปลายนิ้ว แต่เขาไม่หยุด

เขาต้องรอด

ไม่ใช่เพราะตนเอง

แต่เพราะนางสั่งไว้

เบื้องหลัง เสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวไล่ตามมาไกล ๆ

ทว่าทางเดินลับที่เพิ่งเปิดออกจากแรงสั่นสะเทือนนั้นแคบและคดเคี้ยว เพียงร่างที่บาดเจ็บแต่ยังว่องไวอย่างเขาเท่านั้นจึงมุดผ่านได้ก่อนที่หินก้อนใหม่จะถล่มปิดทางเข้าอีกครั้ง

เสียงครืนสุดท้ายดังขึ้น

เส้นทางถูกปิดตาย

เยี่ยเสวียนทรุดกายลงในอุโมงค์มืดสนิท ลมหายใจสั่นไหว

ร่างกายแทบไม่เหลือพลังแม้แต่น้อย

แต่เขายังมีสติอยู่

และยังมีชีวิต

ริมฝีปากซีดขาวขยับเล็กน้อย

“ข้าจะรอด… ตามที่เจ้าสั่ง …ได้หรือไม่”

ก่อนที่สติจะเลือนหายไปในความมืดอันเงียบงัน…

หลังจากหลบหนีออกมาพ้นเขตถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เสียงสั่นสะเทือนค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงเสียงลมหายใจของตนเองที่ยังไม่สม่ำเสมอ

ฉางซีหยุดฝีเท้าลงใต้เงาไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

แสงจันทร์ลอดผ่านกิ่งใบตกกระทบพื้นเป็นริ้วบาง ๆ กระจกสวรรค์ในมือยังคงอุ่นร้อนราวมีชีพจรเต้นแผ่ว ๆ เตือนว่านางได้มันมาแล้ว

ทุกอย่างสำเร็จตามแผน

นางควรพอใจ

ควรโล่งใจ

ควรรีบจากไปให้ไกลที่สุด

แต่เหตุใด…

หยดน้ำใสกลับเอ่อคลออยู่ที่ขอบตา

ฉางซีชะงักกับความรู้สึกนั้น นางยกมือแตะหางตาอย่างไม่เข้าใจ

ภาพเขาที่ทรุดลงกับพื้น เลือดที่กระเซ็นบนหิน เสียงแผ่วเบาที่บอกให้นางหนี

ทุกภาพย้อนกลับมาอย่างชัดเจน

เขาไม่ได้โกรธ

ไม่ได้ต่อว่า แม้ในยามใกล้สิ้นแรง ยังยื่นของวิเศษให้นางก่อนสนใจตนเอง

หัวใจของฉางซีแน่นจนหายใจติดขัด

นางหันกลับไปมองทางที่หนีมา เบื้องหลังมีเพียงเงาภูเขาดำทะมึน ไม่มีเสียงไล่ตาม ไม่มีแสงดาบพุ่งมา

ทุกอย่างเงียบเกินไป

“เหตุใด….” นางพึมพำเบา ๆ “เหตุใดจึงรู้สึกเหมือนทิ้งบางสิ่งสำคัญไว้เบื้องหลัง”

ไม่ใช่สมบัติ

ไม่ใช่แผนการ

แต่เป็นบางอย่างที่นางไม่เคยให้ค่า… จนกระทั่งมันกำลังจะสูญเสียไป

มือที่ถือกระจกสวรรค์สั่นเล็กน้อย

ลมกลางคืนพัดผ่าน แต่กลับไม่อาจพัดความหนักอึ้งในอกออกไปได้

ฉางซีหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พยายามเตือนตนเองว่า นี่คือทางที่ถูกต้อง นี่คือสิ่งที่นางเลือกเอง

ทว่าในความเงียบงันนั้น

เสียงหนึ่งในใจกลับถามซ้ำ ๆ ว่า …หากเขาไม่รอดจริง ๆ … นี่คือสิ่งที่นางต้องการจริง ๆ หรือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป